ขมิ้นชัน

ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีสมุนไพรหลากหลาย ในอดีตมีการนำสมุนไพรพื้นบ้านมาทำเป็นยารักษาโรค แต่ในปัจจุบันมีการใช้ผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรพื้นบ้านไทยมาทำเป็นเครื่องดื่มสำหรับเสริมสุขภาพ ซึ่งทางภาครัฐและทางภาคเอกชนกำลังให้ความสนใจในการผลิตผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรไทยในการแปรรูปและส่งออกไปยังต่างประเทศ 1 ในสมุนไพรไทยที่เป็นที่นิยมในการนำมาแปรรุปคือ ขมิ้นชัน เนื่องจากมีกลิ่นหอม เมื่อนำมาปรุงอาหารหรือทำเป็นเครื่องดื่มจะมีสีสันน่ารับประทาน อีกทั้งยังเป็นพืชที่สามารถสกัดเป็นยารักษาโรคต่าง ๆ ได้

ขมิ้นชัน เป็น สมุนไพรพื้นบ้านของไทยที่มีประโยชน์และสรรพคุณ ช่วยในการเจริญอาหาร บำรุงธาตุ ฟอกเลือด แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ ในต่างประเทศ เช่น ประเทศอินเดีย นิยมใช้ขมิ้นชันในการช่วยขับลม เป็นยากระตุ้น ให้กลิ่นหอม แก้โรคไอ โรคหวัด ในประเทศจีน นิยมใช้บรรเทาอาการปวดท้อง ท้องมาน หรือดีซ่าน ซึ่งรูปแบบวีธีการใช้เป็นยาภายใน ใช้เป็นลักษณะของผงในการรับประทาน สำหรับการใช้ภายนอก นำผงมาโรยหรือทาบริเวณที่เป็นแผลหรือฝี หรือการอักเสบจากแมลงกัดต่อย สารเคอร์คูมินอยด์ ( Curcuminoids ) ในขมิ้นชันมีสรรพคุณในด้านอื่น ๆ อีกมากมาย เช่น ต้านอนุมูลอิสระ ลดการอักเสบ ลดคอเลสเตอรอลในเลือด ป้องกันตับจากสารพิษ จากงานของวิจัยสมุนไพรขมิ้นชัน พบว่า สรรพคุณของขมิ้นชันสามารถบรรเทาอาการต่าง ๆ ได้ เช่น

ระบบทางเดินอาหาร ช่วยรักษาอาการท้องอืดท้องเฟ้อ นอกจากนั้นยังมีฤทธิ์ต้านการเกิดแผลในกระเพาะอาหาร และป้องกันตับอักเสบจากสารพิษ

ระบบหัวใจ ขมิ้นชันเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพ จากผลการวิจัยในหนูพบว่า ลดการเกิดปริมาณกล้ามเนื้อหัวใจตายจาการขาดเลือดได้

นอกจากโรคที่ระบบทางเดินอาหาร และระบบหัวใจ ขมิ้นชันยังสามารถบรรเทาอาการต่าง ๆ เช่น

– ฤทธิ์ของขมิ้นชันสามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งได้ด้วยการลดจำนวนเซลล์ และขนาดของเซลล์มะเร็ง
– ลดการเกิดแก๊สในทางเดินอาหาร
– รักษาอาการข้อเข่าอักเสบ
– ขับน้ำดี
– ฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรีย
โรคดังกล่าวสามารถบรรเทาได้โดยการใช้สารสกัดจากขมิ้นชันมารับประทานเป็นยาภายในนอกจากจะเป็นยาใช้ภายในแล้วยังสามารถนำมาใช้เป็นสารทาใช้ในการนวดลักษณะแผนโบราณไทยโดยการใช้สารสกัดเป็นรูปแบบของน้ำมัน โดยมีสรรพคุณคือ เมื่อนวดบริเวณที่ปวดเมื่อยจะรู้สึกผ่อนคลาย เป็นการเพิ่มความพึงพอใจให้กับลูกค้า

ในปัจจุบันมีการนำขมิ้นชันมาประยุกต์เพื่อสกัดน้ำมาทำเป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ เนื่องจากผู้บริโภคในยุคปัจจุบันหันมาดูแลตัวเองกันมากขึ้นการนำสมุนไพรไทยมาประยุกต์ใช้กับสามารถเพิ่มช่องทางในการสร้างรายได้ให้กับเกษตกรที่ปลูก เป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับตัวสินค้า ซึ่งตรงนี้หากได้ทางภาครัฐหรือเอกชนเอามามีบทบาทสำคัญในการช่วยเหลือด้านเงินทุนวิจัย หรือ การอบรมความรู้พัฒนาบุคลากรวิจัย
เพื่อให้สามารถนำผลการวิจัยดังกล่าวมาต่อยอดเชื่อมโยงให้กับเกษตรกรได้ก็จะสามารถสร้างรายได้อีกหนึ่งช่องทางให้กับประชนชนได้หากมองถึงโอกาสในการแข่งขันกับต่างประเทศประเทศไทยค่อนข้างจะได้เปรียบกว่าประเทศอื่น ๆ เนื่องจาก ประเทศไทยมีสภาพภูมิประเทศและสภาพอากาศที่เหมาะสมต่อการเพาะปลูกมีผลผลิตปริมษรเพียงพอต่อการใช้ และมีหน่วยงานที่คอยสนับสนุนเครื่องมืเครื่องจักรในการผลิต แต่เนื่องจากประเทศไทยสามารถผลิตได้เยอะจึงทำให้ราคาค่อนข้างถูกกว่าในต่างประเทศเกษตกรส่วนใหญ่จึงมีการทำสัญญาฟาร์มประกัน (Contract Farming) กับผู้ผลิตหรือพ่อค้าคนกลางที่ต้องการสินค้า ส่วนในเรื่องของราคาสินค้าเนื่องจากในต่างประเทศมีการลุกขมิ้นชันในปริมาณที่มาก ทำให้มีการแข่งขันด้านราคา เพราะว่าราคาสารสกัดขมิ้นชันของไทยมีราคาสูงกว่าต่างประเทศและมีสินค้าที่หลากหลายทำให้ราคาของขมิ้นชันถูกลงทำให้มีโอกาสที่ขมิ้นชันของไทยมีราคาถูกลงกว่าเดิมเกษตกรที่ปลูกหันไปปลูกพืชชนิดอื่นที่ได้ผลตอบแทนที่ดีกว่าแต่หากได้รับการสนับสนุนอย่างถูกต้องหรือถูกวิธีก็จะสามารถนำมาต่อยอดแปรรูปผลิตภัณฑ์ที่สามารถเพิ่มมูลค่าทางการตลาดได้ สำหรับความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบันยังคงมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้อุตสาหกรรมการเกษตรยังคงต้องมีการพัฒนามาตราฐานในการผลิตและพัฒนาคุณภาพของผลิตภัณฑ์เพิ่มขึ้นเพื่อให้ตอบสนองกับความต้องการผู้บริโภค  สรุป สมุนไพรพื้นบ้านไทยสามารถนำมาแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าทางการตลาดได้ เมื่อได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐและเอกชน เนื่องจากประเทศไทยยังมีการทำเกษตรเป็นหลัก หากนำเอาเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้กับความรู้ความสามารถที่มีก็จะทำให้ประเทศไทยมีจุดแข็งพิ่มขึ้น