ขมิ้นชัน สมุนไพรแห่งโอกาส

ในยุคสมัยใหม่ ที่ความสวยความงามเข้ามามีบทบาทอย่างมากในชีวิตประจำวัน ทั้งเรื่องการอุปโภคบริโภค, การเดินทางในชีวิตประจำวัน, งานอดิเรก เช่น การออกกำลังกาย ที่ทำให้กลายเป็นยุคสมัยของการทำทุกอย่างเพื่อให้เกิดความสวยงามแก่ร่างกาย เพราะคงจะไม่เป็นการพูดเกินไปหากบอกว่า “หน้าตาดีมีชัยไปกว่าครึ่ง” ดังนั้นใคร ๆ จึงต่างก็ต้องที่จะดูแล รักษาและเสริมสร้างความสวยงามให้แก่ตนเอง และหากพูดถถึงความสวยงามคงจะมีอีกหนึ่งสิ่งที่ขาดไปไม่ได้ในการบำรุงรักษาความสวยความงาม นั่นคือ “เวชสำอางค์” นั่นเอง

แต่ปัญหาในการใช้เวชสำอางค์นั้นก็มีมากมาย เช่น เรื่องของอาการแพ้สารเคมีต่าง ๆ จึงเป็นที่มาของการนำ “สมุนไพรไทย” ต่าง ๆ เข้ามาใช้ทดแทนสารเคมีต่าง ๆ และ “ขมิ้นชัน” ก็เป็นอีกหนึ่งสมุนไพรไทยที่สามารถนำมาเพิ่มมูลค่าได้ด้วยคุณสมบัติต่าง ๆ ของตัวมันเอง ที่ได้รับการวิจัยและศึกษามาแล้วจากนักวิจัยมากมาย

ขมิ้นชัน มีความสามารถมากมายที่เหมาะกับการดูแลรักษาความสวยงาม โดยเฉพาะบริเวณใบหน้าและผิวส่วนต่าง ๆ ตามร่างกาย โดยจะแบ่งคุณสมบัติของขมิ้นชันเป็น 4 ข้อใหญ่ ๆ ดังนี้

    1. ต้านการเกิดสิว โดยขมิ้นชันมีฤทธิ์ยับยั้งแบคทีเรีย Propionibacterium acnes ที่เป็นหนึ่งในสาเหตุของการเกิดสิว นอกจากยังยังมีสารเคอร์คูมินที่มีอนุภาคระดับนาโนพาร์ติเคิล ที่สามารถยับยั้งเชื้อ acnes ซึ่งจากผลการวิจัยยังพบว่าขมิ้นชันได้ผลดีกว่า metronidazole ที่เป็นสารเคมี
    2. ปกป้องผิวและลดริ้วรอย โดยจากการทดลองพบว่าขมิ้นชันจะเข้าไปยับยั้ง เอนไซม์แมทริกซ์เมทัลโลโปรตีเนส-2 (matrix metalloproteinase2; MMP-2) ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่มีบทบาทต่อกระบวนการทำลายเนื้อเยื่อ ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดริ้วรอยบนผิวหนัง
    3. ยับยั้งเอนไซม์ไทโรซิเนส เพราะสารเคอร์คูมินในขมิ้นชันสามารถยับยั้งการสร้างเม็ดสีเมลานิน (melanin) และ เอนไซม์ไทโรซิเนสซึ่งเป็นเอนไซม์ที่ใช้ในการสร้างเม็ดสีโดยการไปกระตุ้นการทำงานของ p38-MAPK (p38 mitogen-activated protein kinases)
    4. ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ จากการศึกษาที่พบว่าสารเตตระไฮโดรเคอร์คูมิน (tetrahydrocurcumin : THC) ซึ่งเป็นอนุพันธ์ของเคอร์คูมินในขมิ้นชัน มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ

จากคุณสมบัติ 4 ข้อ ข้างต้นที่กล่าวไป จึงทำให้มีการวิจัยและนำขมิ้นชันไปพัฒนาเพื่อใช้ในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง โดยมีการทำออกมาหลากหลายรูปแบบ เช่นครีมบำรุงใบหน้าที่ช่วยให้ผิวมีความชุ่นชิ้น มีความยืดหยุ่น กระชับขึ้น ขาวขึ้น ลดรอยย่นใต้ดวงตา หรือจะเป็นเจลขัดหน้าที่มีความอ่อนโยนต่อผิว เพิ่มความยืดหยุ่น ไม่ทำลายสมดุลผิว สามารถกักเก็บความชุ่นชื้นได้ดี โดยไม่ทำให้เกิดการระคายเคืองต่อผิว โดยผลิตภัณฑ์จากขมิ้นชันที่นำมาทำการวิจัยเมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางทั่วไปในตลาด นั้นได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าอย่างมีนัยยะที่เห็นได้อย่างชัดเจน

โดยจากผลงานวิจัยจากขมิ้นชัน นอกจากจะมีสารสำคัญที่ช่วยในการดูแลรักษาความสวยงามแล้ว ยังมีคุณสมบัติอื่น ๆ อีกที่น่าสนใจในเชิงการแพทย์ เช่น การรับประทานเป็นยาสำหรับขับลม ช่วยในการบรรเทาอาการท้องอืดท้องเฟ้อ, สามารถใช้ผงจากเหง้าของขมิ้นชันรักษาแผล แมลงกัดต่อยและกลากเกลื้อน

และยังมีเรื่องของการรักษาโรคผิวหนังอักเสบ โดยจากการทดลองผลิตภัณฑ์ยาที่มีส่วนผสมของขมิ้นชันพบว่าสามารถลดปริมาณการเกิดน้ำใต้ผิวหนัง หรือมีเลือดออกได้ อีทั้งยังลดอาการคันบริเวณผิวหนังและลดอาการผิวหนังแห้งด้าน โดยสิ่งที่ต้องคำนึงถึงในเรื่อของการใช้ขมิ้นชันคงจะมีเพียงแค่อาการแพ้ของผู้ใช้บางคน ที่แพ้ขมิ้นชัน

จึงต้องบอกว่าขมิ้นชันนั้นเป็นสมุนไพรแห่งโอกาส เพราะนอกจากสามารถใช้ในด้านการเกษตรทั่วไป ยังสามารถนำมาต่อยอดด้วยผลงานวิจัย จนสามารถเพิ่มมูลค่าให้แก่ผลิตภัณฑ์การเกษต รวมถึงเป็นการเพิ่มอาชีพให้แก่อุตสาหกรรมอื่น เช่น โรงงานผลิตเครื่องสำอาง, การใช้งานระบบขนส่ง, การกระจายสินค้าสู่ร้านค้าชุมชนต่าง ๆ และสุดท้ายรายได้ที่เกิดขึ้นก็จะหมุนเวียนกลับเข้าสู่ประเทศของเรา งานวิจัยสมุนไพรไทยจึงเป็นเรื่องที่ควรทำเพราะเป็นการผลักดันการเกษตรใก้ก้าวไกลไปข้างหน้า ดังเช่นขมิ้นชันที่กล่าวถึงในบทความนี้